ธุรกิจ

MarkeThinks : Market Share Brand หัวหิน

เอ่ยถึงจุดสำคัญ(มากมาย) ไปแล้วสำหรับคำว่า ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ถ้าหากคนใดกันแน่ยังมิได้อ่านเสนอแนะให้ไปพบ Foodbook เล่มก่อนหน้าที่ผ่านมา หรืออ่านออนไลน์ย้อนไปพอดีนี่ โดยในฉบับนี้จะกล่าวตลอดจากฉบับก่อน เมื่อได้มองเห็นจุดสำคัญของส่วนแบ่งตลาดจากแบบอย่างท้ายที่สุดว่า ถ้าหากมีผู้ค้ามากมาย ส่วนแบ่งยิ่งลดลง แม้กระนั้นในอีกทาง ถ้าหากราคาตลาด (Market Size) โตขึ้นล่ะ?

ผมจะสมมุติต่อว่าต่อขาน เมื่อค่าตลาดมันมากขึ้นจะด้วยกำลังซื้อ หรือคนมาเดินตลาดนัดหมายมากยิ่งขึ้นก็ตามทำให้ คนอยากแตงโมเป็น 200 ลูก โดยมีร้านค้า 2 ร้านค้า ก็จะก่อให้ได้โอกาสได้ร้านค้าละ 100 ลูกอย่างยิ่งจริงๆ (จากเดิมร้านค้าละ 25 ลูก) จะมีความคิดเห็นว่าแม้มีรายที่ 3-4 บนราคาการตลาดที่มากขึ้นแล้วหลังจากนั้นก็จะเฉลี่ยได้ร้านค้าละ 50 ลูก มากยิ่งกว่าเมื่อก่อนอยู่ดี ซึ่งกรณีนี้พวกเราไม่เอ่ยถึงต้นเหตุความรู้ความเข้าใจของแต่ละร้านค้าก็เลยสมมุติให้ได้เท่าๆกัน สิ่งนี้สะท้อนว่าทุกคนได้โอกาสอยู่ได้โดยไม่ต้องแข่ง
แล้วทำยังไงค่าการตลาดจะมากขึ้นได้? ก็ตามที่สมมุติไปอย่างหนึ่งเป็น มีคนมาเดินตลาดนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ โน่นบางทีอาจหมายคือ ตลาดนี้ดังหรือเป็นที่รู้จักเยอะขึ้นนั่นเอง เป็นได้ไหมที่ร้านค้าขายแตงโมทุกๆร้านค้าจะช่วยประชาสัมพันธ์ตลาดหรือสร้างภาพลักษณ์ให้ตลาดนี้มีคนมาเดินเพิ่มมากขึ้นมากยิ่งกว่าจะมัวแข่งคุ้นเคย? แน่ๆทำเป็นไม่มากมายก็น้อย..

กลับมาถึงที่กล่าวไว้ตอนแรกว่าสมมุติเกี่ยวกับ Brand หัวหิน แม้ทำให้มีชื่อ(อย่าดูเพียงแค่ว่ามีอยู่แล้ว) การช่วยกัน การร่วมกัน ในหลายๆด้าน สร้างให้มีความน่าดึงดูดใจมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนมาบ่อยขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่อย่างกับว่าเราเป็นแม่ค้าแตงโมในตลาด จังหวะย่อมมากยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นจำเป็นต้องแข่งขันกันร้ายแรง (Red Ocean) ก็มีความน่าจะเป็นไปได้

..เพาะปลาขึ้นมากินเองได้หรือสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ปลามีมากพอ โดยไม่ต้องไปแย่งคุ้นเคย..

ดังนี้พวกเราอาจมองว่ามีหน่วยงานหรือหน้าที่ของเมืองจะต้องจัดแจงสิ่งพวกนี้อยู่แล้ว มันก็ถูกแต่ว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีถ้าหากกำเนิดความร่วมแรงร่วมใจ เกื้อหนุน ส่งเสริม แล้วก็มีความคิดว่าตามที่เป็นจริงผลตอบแทนในเชิงนี้ก็ไม่ไปไหนเว้นแต่ผู้ค้าร่วมกันมันน่าจะเป็นภาพของน่านน้ำสีขาว (White Ocean) ในแบบที่เพาะปลาขึ้นมากินเองได้หรือสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ปลามีมากพอ โดยไม่ต้องไปแย่งคุ้นเคย

บางบุคคลบางทีอาจคิดทันและก็คิดเลยไปได้ว่า เมื่อตลาดโตผู้ค้าก็เยอะขึ้นตามมาอยู่ดีมีความเห็นแก่ชรา ช่วงชิงอยู่ดี นี้อาจจะไม่มีอะไรมาถกเถียง ก็แค่ต้องการให้มองดูเลยไปอีกว่า ถ้าหากนึกถึงความคงทนถาวร (Sustainability) จริงๆมันก็เริ่มจากจุดยืนที่คุณอยู่นี่แหละ ผู้สนับสนุนทางธุรกิจที่เกิดได้จากสิ่งที่ผมกล่าวไปนั้น มันคงจะแข็งแรงกว่าเพียงแค่ผู้ค้าใหม่ๆที่ยังไงๆก็มีมา ก็ควรจะมีไป ไม่เกี่ยวกับค่าตลาดจะเป็นเยี่ยงไรด้วย แล้วมิได้มีความหมายว่า ผู้ค้าใหม่มีมิได้ และก็ผู้ค้าเก่าไม่มีเห็นแก่ตัว สิ่งจำเป็นเป็นแม้มาร่วมกัน ก็ยิ่งสร้างความแข็งแรงมากยิ่งกว่าสร้างคู่ต่อสู้ ระบบ ระเบียบปฏิบัติ มันจะมีกลไกบริหารจัดแจงได้ แม้กระนั้นถ้ายิ่งมากมาย ยิ่งแข่งมันตลาดมันก็ไปตามอัตภาพ ตัวใครตัวมัน